ทำเองได้ง่ายๆ วิธีกำจัดหอยเชอรี่และการทำน้ำหมักด้วยสมุนไพรไม่ใช้สารเคมี

30 มีนาคม 2019 | ข่าวร้อน
Loading...

บางคนยังไม่ทราบกับวิธีกำจัดหอยเชอรี่และการทำน้ำหมัก ในวันนี้เราจะพาไปชมวิธีทำกันเลย วิธีกำจัดหอยเชอรี่ในนาข้าวโดยไม่ใช้สารเคมีมีส่วนผสมดังนี้1.ฝักคูนแก่ 10 กิโลกรัม2.กากน้ำตาล 2 ลิตร3.น้ำส้มสายชู 1 ลิตร4.น้ำส้มควันไม้ 1 ลิตร5.ถังหมัก ขนาด 50 ลิตร

Loading...

ขั้นตอน/วิธีการทำ โดยการตัดฝักคูณเป็นท่อนขนาดประมาณ 1-2 นิ้ว จากนั้นทุบให้แตกไม่ต้องละเอียดมากนักใส่ลงในถังหมักเติมกากน้ำตาล น้ำส้มควันไม้และน้ำส้มสายชูตามลงไปจากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันปิดฝาให้สนิทเก็บไว้ในที่ร่ม หมักทิ้งไว้ 1 เดือน

การนำไปใช้งาน เนื่องจากยางมะละกอจะมีกลิ่นหอมสามารถดึงดูดให้หอยเชอรี่เข้ามาได้โดยใช้ใบมะละกอเป็นตัวล่อนำมาห่อกับฝักคูณหมักวางตามจุดที่หอยเชอรี่ชุมหรือวางไว้ในนาข้าวที่มีน้ำขัง หอยเชอรี่สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นยางมะละกอแล้วก็เข้ามากินฝักคูณหมักที่เป็นอาหารที่หอยเชอรี่ชื่นชอบ หลังจากกินแล้วไม่เกิน 3 วัน หอยเชอรี่ลอยขึ้นมาตายจากการได้รับสารพิษ

หมายเหตุ
– พืชหลายชนิดที่สามารถกำจัดหอยเชอรี่ ได้แก่ สาบเสือ ฟ้าทลายโจร ฝักคูนแก่
– เหยื่อล่อจะต้องเป็นพืชที่หอยชอบกิน เช่น ใบผัก ใบมันเทศ ใบมันสำปะหลัง ใบมะละกอ หรือพืชอื่น ๆ ที่มียางขาวคล้ายน้ำนมครับ

1. หาใบมะละกอพร้อมก้าน นำไปใส่ในแปลงนาบริเวณที่มีนาข้าวอยู่หรือทางน้ำไหล ถ้าบริเวณกว้างก็ใส่หลายใบหน่อย พื้นที่น้อยก็ใส่ 3 – 4 ใบ หอยจะเข้ามารุมกินใบมะละกอ เราก็นำใบมะละกอมาเคาะ และกำจัดโดยการใส่ถังแล้ว นำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ กากน้ำตาล ใส่ลงไป หมักไว้ฉีดพ่นในแปลงนาเสียเลย ถือว่าแก้วิกฤตให้เป็นโอกาส (สูตรนี้แหละครับที่ผมใช้)
2. ใช้กากชา ที่หาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเกษตรทั่วไป กระสอบละประมาณ 130 บาท นำมาใส่ในแปลงนา ขณะที่ทำเทือก 1 กระสอบ จะควบคุมพื้นที่ได้ประมาณ 4 ไร่ หอยก็จะตายเรียบ

#วิธีทำปุ๋ยน้ำหมักหอยเชอรี่
สูตร 1 เพิ่มความแข็งแรงเจริญเติบโตทางลำต้นและเร่งการออกยอดอ่อน

1. หอยเชอรี่บดหรือทุบละเอียดทั้งเปลือกหรือวัสดุเหลือใช้ประเภทอาหาร จำนวน 3 ส่วน
2. น้ำตาลโมลาส จำนวน 3 ส่วน
3. หัวเชื้อจุลินทรีย์ (BE) จำนวน 1 ส่วน
4. ส่วนยอดของวัชพืชหรือพืชผักของเหลือใช้ต่างๆ เฉพาะส่วนยอด ถ้าจะใช้พืชสมุนไพรรวมไปด้วยก็ได้
จำนวน 1 ส่วน

วิธีทำ
นำส่วนประกอบต่างๆ สับละเอียด เสร็จแล้วรวมเข้าด้วยกันบรรจุในถังหมักมีฝาปิดไว้ในร่ม ใช้ไม้คนเป็น ครั้งคราว ถ้าน้ำแห้งหรือมีกลิ่นเหม็นให้เติมน้ำตาลโมลาสเพิ่ม หรือจะผสมน้ำสะอาดลงไปบ้างก็ได้ ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 วัน ไม่เกิดฟองอากาศ กลิ่นหอมคล้ายหัวเชื้อแป้งข้าวหมากเป็นอันว่าใช้ได้ #การทำหัวเชื้อไว้สำหรับทำน้ำหมักชีวภาพใช้เอง
วัสดุ – อุปกรณ์- กากน้ำตาล 2 กิโลกรัม หรือน้ำตาลทรายแดง ห้ามไช้น้ำตาลทรายขาวนะครับ- น้ำมะพร้าว 4 – 5 ลูก- สับปะรด 2 ลูก- ถังพลาสติกที่มีฝาปิด 1 ใบ

วิธีทำ หั่นสับปะรดแก่จัดทั้งลูก (ทั้งเปลือกและเนื้อ) เป็นชิ้นเล็ก ๆ 2 ลูก ปอกมะพร้าวอ่อนเอาแต่น้ำมะพร้าว 4 – 5 ลูก

นำสับปะรด น้ำมะพร้าว และกากน้ำตาล มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ถังพลาสติกปิดฝาทิ้งไว้ในที่ล่ม (ควรคลุกเคล้ากลับไปกลับมาในถัง ทุก 2 วัน) ประมาณ 1 -2 เดือน จะได้หัวเชื้ออีเอ็มที่มีสีน้ำตาล กลิ่นหอม ไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป

สูตร 2 เพิ่มความแข็งแรงเจริญเติบโตทางลำต้นและเร่งการออกดอก
1. หอยเชอรี่บดหรือทุบละเอียดทั้งเปลือกหรือวัสดุเหลือใช้ประเภทอาหาร จำนวน 3 ส่วน
2. น้ำตาลโมลาส จำนวน 3 ส่วน
3. หัวเชื้อจุลินทรีย์ (BE) จำนวน 1 ส่วน
4. ส่วนโคนแก่ของวัชพืช ผัก หรือผลไม้สุกและจะเพิ่มสมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืชไปด้วยก็ได้ แต่เน้น
ส่วนแก่ๆ ของสมุนไพร จำนวน 1 ส่วน

วิธีทำ
นำส่วนประกอบต่างๆ สับหรือบดละเอียด เสร็จแล้วรวมเข้าด้วยกันบรรจุในถังหมัก ปฏิบัติเช่นเดียวกับ
สูตร 1
สูตร 3 เพิ่มความแข็งแรงเจริญเติบโตและส่วนต่างๆ ของพืช
1. หอยเชอรี่บดหรือทุบละเอียดทั้งเปลือกหรือวัสดุเหลือใช้ประเภทอาหาร จำนวน 3 ส่วน
2. น้ำตาลโมลาส จำนวน 3 ส่วน
3. หัวเชื้อจุลินทรีย์ (BE) จำนวน 1 ส่วน
4. ส่วนต่างๆ ของวัชพืช ผัก ผลไม้ที่ร่วงหล่นทั้งดิบ สุก รวมทั้งพืชสมุนไพรต่างๆ ที่ต้องการรวมกัน
จำนวน 1 ส่วน
วิธีทำนำส่วนประกอบต่างๆ สับหรือบดละเอียด เสร็จแล้วรวมเข้าด้วยกันบรรจุในถังหมัก ปฏิบัติเช่นเดียวกับสูตร 1

Loading...

วิธีใช้ปุ๋ยน้ำหมักหอยเชอรี่หรือวัสดุเหลือใช้ประเภทอาหารมนุษย์
1. เมื่อพืชอายุน้อย ระยะการเจริญเติบโตแรกๆ ให้ใช้อัตราส่วน 1: 500-1,000 หรือจากการทดสอบเบื้องต้นพบว่า อัตราเหมาะสมคือ 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร สามารถใช้ได้ทุก 7-10 วัน/ครั้ง
2. เมื่อพืชอายุพ้นระยะกล้าไปแล้วใช้อัตราส่วน 20-50 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร สามารถใช้ได้ทุก 7-10 วัน/ครั้ง หรือจะใช้บัวรดน้ำลาดที่โคนต้นพืชก็ได้
3. ควรใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยน้ำหมักรองพื้นก่อนปลูก หรือใส่บริเวณโคนต้นพืชก่อนใช้ ปุ๋ยน้ำหมักจะทำให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นมาก
4. การบรรจุปุ๋ยน้ำหมักใส่กระติกน้ำหรือขวดควรให้มีช่องว่างในขวดบ้าง จะได้มีออกซิเจนให้จุลินทรีย์อายุยืนนาน
5. เมื่อน้ำในถังหมักแห้งโดยที่ส่วนผสมยังย่อยสลายไม่หมด ให้เติมน้ำตาลโมลาสและน้ำมะพร้าวหรือน้ำสะอาดเพิ่มเติมจนกว่าจะย่อยสลายหมด แล้วต้องหมักเตรียมไว้ใช้ใหม่ตามต้องการ
6. เมื่อน้ำหมักผสมกับน้ำแล้วควรใช้ให้หมดในแต่ละครั้ง ถ้าพ่นเวลาเช้าและเย็นจะมีประสิทธิภาพสูงสุด
7. น้ำหมักหอยเชอรี่เมื่อหมักได้ที่แล้วสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานปี บางครั้งจุลินทรีย์บางชนิดตายไปแต่ธาตุอาหารและฮอร์โมนยังอยู่ในปุ๋ยน้ำหมัก อยู่ที่วิธีการเก็บรักษาเท่านั้น

ประโยชน์ของปุ๋ยน้ำหมักหอยเชอรี่หรือวัสดุเหลือใช้ประเภทอาหารมนุษย์
1. สร้างความต้านทานให้กับต้นพืชที่จะเกิดศัตรูพืชต่างๆ
2. เป็นปุ๋ยและอาหารเสริมประเภทโปรตีนและแร่ธาตุต่างๆ จำนวนมากแก่ต้นพืช
3. เป็นฮอร์โมนช่วยการเจริญเติบโตสำหรับพืช

4. เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืชหลายกลุ่มชนิด ทำให้ดินร่วนซุยระบบรากหาอาหารได้ดี ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิตได้
5. สามารถลดต้นทุนการผลิตด้านปุ๋ยเคมี สารเคมี ผู้ปลูก ผู้บริโภค ปลอดภัยจากสารพิษ
6. ไม่ทำลายสภาพแวดล้อมและศัตรูธรรมชาติ
7. ผสมน้ำอัตรา 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ให้ไก่กินประจำทุกวัน ทำให้สุขภาพสมบูรณ์ต้านทานการเกิดโรคได้
8. ผสมน้ำอัตราเข้มข้นลาด ถังขยะมูลฝอย ร่องระบายน้ำฝน ส้วมหรือคอกสัตว์ที่มีกลิ่นเหม็นต่างๆ ทำให้ดับกลิ่นได้ดี เป็นต้น

ที่มา : สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยคต

Loading...



error: