ฝรั่งชมเปาะ “ถนนยางพาราไทย” ใช้นวัตกรรมแตกต่างอย่างเหมาะสม เล็งศึกษาดูงานเพื่อปรับใช้ประเทศอื่น

14 มีนาคม 2019 | Slide, ข่าวร้อน
Loading...

“ถนนยางพารา” เป็นอีกหนึ่งมาตรการในการส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศ เมื่อปริมาณความต้องการใช้น้ำยางซึ่งเป็นวัตถุดิบในการสร้างถนนยางมีมากขึ้น ย่อมส่งผลไปถึงรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยางที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน การสร้างถนนยางพาราไม่เพียงเกิดประโยชน์ต่อกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรบนท้องถนนเพิ่มมากขึ้นด้วย เมื่อเปรียบเทียบระหว่างถนนยางพารา กับถนนแอสฟัลต์คอนกรีตทั่วไป แน่นอนว่า ถนนผสมยางพารามีประสิทธิภาพที่ดีกว่า

Loading...

การนำยางพาราไปผสมทำถนนสามารถช่วยกระตุ้นราคายาง เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้มากขึ้น และทราบว่าการนำยางพาราไปผสมช่วยให้ถนนมีคุณภาพที่ดีกว่าเดิม ถือเป็นการนำวัตถุดิบมาแปรรูปใช้ในประเทศ ย่อมดีกว่าส่งวัตถุดิบออกต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แม้ต้นทุนในการทำถนนยางพาราจะสูงขึ้น แต่อย่างน้อยเงินก็ยังหมุนเวียนภายในประเทศ

ล่าสุด นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังนายยูซุฟ บิน อลาวี บิน อับดุลลาห์ รัฐมนตรีรับผิดชอบด้านการต่างประเทศรัฐสุลต่านโอมาน เข้าพบเนื่องในโอกาสนำที่ปรึกษาการเกษตรและเจ้าหน้าที่เทคนิคด้านเทคโนโลยีการผสมยางเยือนไทย

เพื่อศึกษาดูงานเทคโนโลยีการผสมยางพาราของไทย ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่า นับเป็นโอกาสอันดีที่รัฐมนตรีรับผิดชอบด้านการต่างประเทศรัฐสุลต่านโอมาน ในฐานะเป็นแขกของกระทรวงการต่างประเทศมีความสนใจเทคโนโลยีการผสมยางสำหรับทำถนนของไทย

เนื่องจากถนนลาดยางพาราเป็นนวัตกรรมงานวิจัยที่ประเทศไทยพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มกับยางพารา เพราะประเทศไทยมียางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจและผลิตมากที่สุดในโลก ถนนผสมยางพาราได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับชาติ

ความโดดเด่นของการนำยางพาราผสมเพื่อทำถนนจะเป็นการเพิ่มคุณสมบัติการทนความร้อนได้มากกว่าถนนยางมะตอยปกติ และมีค่าความยืดหยุ่นและคืนตัวดีกว่า มีความแข็งแรงและอายุการใช้งานที่มากกว่า ทำให้เหมาะสมกับประเทศในเขตร้อน

สำหรับความก้าวหน้าการดำเนินโครงการสร้างถนน 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ทางองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อยู่ระหว่างออกข้อบัญญัติในด้านงบประมาณ ซึ่งได้เริ่มโครงการฯ ตั้งแต่กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการใช้น้ำยางสดทำถนนไปแล้ว 30,000 ตัน หากดำเนินการไปจนถึงกันยายนนี้คาดว่าจะใช้ปริมาณน้ำยางสดไม่ต่ำกว่า 800,000 ตัน

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังมีแผนซื้อน้ำยางสดมาปรับปรุงถนนตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยางพาราภายในประเทศ อีก 40,000 ตัน ทั้งนี้ประเทศไทยมีความพร้อมในการจัดส่งพารา โดยดำเนินการผ่านหน่วยธุรกิจของการยางแห่งประเทศไทย และสหกรณ์การเกษตรยางพาราอีก 32 แห่ง

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายางอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย การสนับสนุนสหกรณ์ยางพาราที่มีศักยภาพในรับซื้อยางจากเกษตรกรโดยตรง นำมาแปรรูปเป็นยางก้อนส่งออกขายต่างประเทศ

ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณการยางพาราภายในประเทศอีกทางหนึ่ง และมาตรการควบคุมการปลูกยางพารา 2 แนวทาง สำหรับยางพาราที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ไปปลูกพืชอื่นทดแทน เช่น โกโก้ กาแฟ และการสนับสนุนให้โค่นยางพาราบางส่วน แล้วปลูกพืชอื่นแซม มีเป้าหมาย 400,000 ไร่ อยู่ระหว่างดำเนินการ

Loading...

ส่วนราคายางพาราในปัจจุบันมีเสถียรภาพมากขึ้นเป็น 50 บาท/กิโลกรัม แต่ด้วยมาตรการรัฐดังกล่าวคาดว่าจะขยับขึ้นไปถึง 60 บาท/กิโลกรัม

ขอบคุณข้อมูล : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

Loading...



error: